• บทความ

    เลือกเครื่องวัดสีอย่างไรให้เหมาะกับงาน ตอนที่ 1

    แชร์หน้านี้more         เครื่องวัดสีคืออะไร? จำเป็นแค่ไหน? ไม่มีได้หรือไม่? หากยังมีคำถามเหล่านี้กวนใจ อยากให้ทุกคนลองทำความรู้จักเครื่องวัดสีเพิ่มอีกสักนิด อาจจะลองกดแท็ก วัดสี เพื่ออ่านบทความที่เครื่องวัดสีช่วยในการวัดสีในแต่ละอุตสาหกรรมได้มากน้อยแค่ไหน           ส่วนคำถามว่า จำเป็นแค่ไหน เครื่องวัดสีเป็นเหมือนเครื่องวัดชนิดหนึ่ง แต่มีความพิเศษด้วยเทคโนโลยี ช่วยวัดค่าสีที่ให้ค่าในระบบค่าสีที่ใช้สากลได้ คำว่าสากลนี้ หมายถึง เราสามารถสื่อสารหรือบอกรายละเอียดของสีได้กับทุกคนที่ใช้ระบบสีเดียวกัน (ระบบหน่วยสี L*a*b* คือหน่วยที่ความนิยมใช้อย่างกว้างขวาง) นอกจากความสะดวกในการสื่อสารแล้ว (อ่านบทความเกี่ยวข้อง ทำไมต้องใช้เครื่องวัดสี) แล้วไม่มีเครื่องวัดสีได้ไหม อยากใช้สายตาในการประเมินค่าสีก็สมารถทำได้ หากสามารถควบคุมปัจจัยที่ส่งผลต่อการอ่านค่าสีด้วยสายได้ ( อ่านบทความเกี่ยวข้อง แนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินสีด้วยสายตา)           โดยส่วนใหญ่เมื่อใช้สายตาวัดสี มักจะใช้ ตู้เทียบสี เพื่อควบคุมแหล่งแสง และ ใช้ pantone เป็นการระบุค่าสี ซึ่งค่าที่ได้ก็จะไม่ใช่ค่าจริงๆของสีตัวอย่าง  และบางคนที่ต้องการปรับแก้ไขค่าสีในงาน R&D อาจจะมีการใช้ปรแกรมต่างๆเพิ่มเข้ามา แต่ข้อควรระวังสำหรับวิธีนี้ นอกจากการควบคุมตัวแปรที่ส่งผลต่อการวัดสีด้วยสายตาแล้ว อีกปัจจัยที่ต้องระวังคือ แผ่นpantone นั้นมีอายุการใช้งานเมื่อเวลาผ่านไป…

  • เครื่องวัดสี Chroma Meters รุ่น CR-400 CR-410
    บทความ

    ทำความรู้จัก Error code บนเครื่องวัดสีCR-400/CR-410

    แชร์หน้านี้moreError code ที่อาจพบได้ในเครื่องวัดสี CR-400/CR-410 ซึ่งสามารถเกิดได้จากการใช้งาน หรือการตั้งค่าที่ผิดปกติ หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างเสียบสายไม่แน่น ก็อาจทำให้เกิด Error code บนเครื่องวัดสีของคุณได้ วันนี้เราจะมาอธิบาย Error code บนเครื่องวัดสีพร้อมวิธีการแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเอง มาดูกันว่า แต่ละcode หมายความว่าอะไรบ้าง *DP หมายถึง data processor หรือหลายคนเรียกว่าเครื่องปริ้น , HD หมายถึง หัววัด * ERROR CODE สาเหตุ แนวทางแก้ไข ER00 COMMUNICATION ERROR การสื่อสารผิดพลาด สายเคเบิ้ลหลวม อุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่าง DP กับHPผิดปกติ light source ระหว่าง DP กับ HD ตั้งค่าไม่เหมือนกัน ให้ลูกค้าตรวจเช็คสายเคบิ้ลระหว่าง DP กับ HD เช็คการตั้งค่า light source ระหว่าง DP กับ HD ว่าตรงกันหรือไม่ ER01…

  • บทความ

    วิธีเลือกเครื่องวัดสีให้เหมาะกับงานของคุณ

    แชร์หน้านี้more จะซื้อเครื่องวัดสีให้คุ้มต้องดูอะไรบ้าง ? 1.ดูตัวอย่างของเราที่ต้องการวัดสี : ลักษณะตัวอย่างของแต่ละคนไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับเครื่องวัดสีแต่ละรุ่นที่มีความแตกต่าง ของแข็ง/ของเหลว? โปร่งแสง/ทึบแสง? สีลักษณะพิเศษ? เริ่มต้นด้วยการดูตัวอย่างของคุณว่ามีลักษณะเป็นของแข็งหรือของเหลว หลังจากนั้นต้องดูความโปร่งแสง หรือทึบแสง ของตัวอย่างที่มีความโปร่งแสงเหมาะกับการวัดแบบส่องผ่าน (transmittance) และ ตัวอย่างที่มีความทึบแสงเหมาะกับการวัดแบบสะท้อน (reflectance) ตัวอย่างที่เป็นของเหลวหลักการวัด ใช้เช่นเดียวกับของแข็งแต่การเตรียมตัวอย่างต่างกันจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมเช่น petri dish glass cell อุปกรณ์อื่นๆเพื่อปรับให้สอดคล้องกับเครื่องวัดสีแต่ละรุ่น สีลักษณะพิเศษ เช่น สีมุก, สีเมทาลิค ฯลฯ สีประเภทนี้เหมาะกับเครื่องวัดสีที่ประเภท Multi-angle Spectrophotometer ที่สามารถวัดได้หลายมุม เนื่องจากสีเหล่านี้แต่ละมุมจะแสดงสีที่ต่างกัน นอกจากลักษณะเหล่านี้แล้วสิ่งที่ต้องนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกเครื่องวัดสี คือ “ขนาดของชิ้นงาน” จุดนี้ก็มีความจำเป็นต่อการเลือกเครื่องวัดสีเพราะพื้นที่การวัดสีของเครื่องวัดสีแต่ละรุ่นไม่เหมือนกันแน่นอนว่าหากคุณเลือกเครื่องวัดสีที่พื้นการวัดที่ไม่สัมพันธ์กับตัวอย่างของคุณ ค่าสีที่ได้จะไม่ใช่ค่าที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น  ขนาดตัวอย่าง น้อยกว่า พื้นที่การวัดของเครื่องวัดสี หรือ พื้นที่การวัดของเครื่องวัดสี มากกว่า พื้นที่ของตัวอย่างที่ต้องการวัด จะทำให้เครื่องอ่านค่าสี พื้นที่อื่นๆนอกจากตัวอย่างที่ต้องการวัด ทำให้ค่าที่ได้ ไม่ใช่ค่าสีของตัวอย่างนั้นจริงๆ 2. ดูหน่วยสีที่ต้องการวัดค่าสี มีหน่วยสีใดบ้าง? ที่ต้องการใช้งานแน่นอนว่าฟังก์ชั่นที่ครบ หรือการวัดหน่วยสีได้ครอบคลุมมากกว่า ราคาย่อมสูงตามฟังก์ชั่น แต่เพื่อให้ได้เครื่องวัดสีที่คุ้มค่าและเหมาะกับงานของเรา ปัจจัยนี้จึงควรให้ความสำคัญ 3.บริการหลังการขาย  การอบรมการใช้เครื่องวัดสี การใช้เครื่องวัดสีที่ผิดวิธี มีผลทำให้เครื่องวัดสีเกิดปัญหาต่างๆ รวมไปจนถึงชำรุด ซึ่งอาจจะเป็นผลให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมที่ไม่ควรเกิด…

  • บทความ

    การเลือกใช้เครื่องมือวัดสี Spectrophotometer สำหรับควบคุมคุณภาพพลาสติก

    แชร์หน้านี้more การวัดสีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมพลาสติก เพราะสีและลักษณะที่ปรากฎนั้นเป็นสิ่งแรกที่สามารถประเมินได้จากสายตาของผู้ประเมิน หรือลูกค้า โดยงานพลาสติกมีการแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะ คือ พลาสติกแบบทึบ พลาสติกแบบโปร่งแสง พลาสติกแบบโปร่งใส ซึ่งพลาสติกแต่ละชนิดต้องการเครื่องมือวัดแบบ Spectrophotometer ที่แตกต่างกัน พลาสติกทึบแสง สำหรับพลาสติกทึบแสง แสงจะไม่สามารถทะลุผ่านตัวงานได้ สามารถใช้เครื่องมือ Spectrophotometer ได้ทั้งแบบ Sphere-base หรือ 45/0 การวัดค่าสีของพลาสติกแบบทึบแสงให้ใกล้เคียงกับการมองเห็น พลาสติกแบบโปร่งใสและโปร่งแสง สำหรับพลาสติกแบบโปร่งใสและโปร่งแสง แสงสามารถทะลุผ่านตัวงานได้ สามารถใช้โหมดการวัดได้ทั้งแบบ Transmittance (ส่องผ่าน) และ Reflectance (สะท้อน) โดยขึ้นอยู่กับระดับของความสามารถที่แสงสามารถส่องผ่านได้ ตัวอย่างเครื่องวัดสีที่แนะนำ Spectrophotometer CM-600d/CM-700d จุดเด่น เครื่องวัดสี spectrophometer แบบพกพา ออกแบบมาให้จับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น อ่านค่าวัดสีได้ง่ายด้วยหน้าจอ LCD สามารถเชื่อมต่อกับบูลธูทปริ้นเตอร์ได้ Spectrophotometer CM-5 จุดเด่น เครื่องวัดสี spectrophometer แบบตั้งโต้ะ อ่านค่าวัดสีได้ง่ายด้วยหน้าจอ LCD สามารถเชื่อมต่อกับบูลธูทปริ้นเตอร์ได้ วัดค่าได้ทั้งแบบTransmittance (ส่องผ่าน) และ Reflectance (สะท้อน) เชื่อมต่อกับคีบอร์ดได้…

  • บทความ

    แนวปฏิบัติสำหรับการวัดค่าสีที่ถูกต้อง

    แชร์หน้านี้more นอกจากการมีเครื่องวัดสีที่ที่มีค่า Inter-Instrument Agreement (IIA) ที่ดีแล้ว การกำหนดมาตรฐานของขั้นตอนการวัดสีก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสามารถของเครื่องมือวัดสีทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความถูกต้องของการวัดค่าสีในแต่ละครั้งและเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องสม่ำเสมอ ข้อกำหนดด้านล่างเป็นแนวทางปฏิบัติของการวัดสีรวมถึงการเตรียมตัวอย่างสำหรับการวัดค่าสีด้วย ตรวจสอบว่าความหนาของตัวอย่าง,ขนาดและปริมาณ เท่ากันในทุกๆครั้งที่มีการวัดค่าสีหรือไม่  สำหรับตัวอย่างที่โปร่งแสงหรือโปรงใส ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าแสงไม่มีการส่องผ่านตัวอย่างโดยการพับหรือทบตัวอย่างจนทึบ หากตัวอย่างไม่สามารถพับได้ควรหาวัตถุมารองรับเป็นฉากหลังที่แสงส่องผ่านซึ่งแนะนำว่าควรเซรามิกสีขาว  สำหรับอุปกรณ์การวัดที่มีลักษณะใส เช่น ถ้วยแก้วบรรจุตัวอย่างแบบผงหรือแบบของเหลว ควรบรรจุตัวอย่างให้เต็มพื้นที่ที่มีแสงเดินทางผ่าน ไม่ควรเหลือช่องว่างในภาชนะอุปกรณ์  ตัวอย่างที่มีการผลิตออกมาจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ควรทิ้งให้ตัวอย่างเย็นลงเพื่อลดความเบี่ยงเบนของสีเกิดมาจากผลของอุณหภูมิหรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ อุณหภูมิมีผลต่อการวัดสี  ตรวจสอบตัวอย่างที่จะวัดทุกครั้งจะต้องไม่มีการปนเปื้อนของคราบน้ำมัน,สิ่งสกปรกหรือฝุ่นผงใดๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีผลทำให้การวัดสีผิดเพี้ยน ทุกครั้งที่มีการวัดตรวจสอบบพื้นที่ของตัวอย่างที่ต้องการวัดควรครอบคลุมพื้นที่ของรูรับแสงของเครื่องมือวัดสีอย่างสมบูรณ์เพื่อค่าสีที่ถูกต้องที่สุด  สำหรับตัวอย่างที่มีลวดลายหรือแพทเทิร์นควรวางตัวอย่างในทิศทางเดียวกัน หากจำเป็น ควรหมุนเปลี่ยนทิศทางของตัวอย่าง 90 องศาเพื่อวัดสีในทิศทางต่างๆของตัวอย่าง ต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาและกระบวนการจัดการสีของคุณหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสีของเราและให้เราช่วยคุณในการเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับความต้องการในการวัดของคุณสามารถติดต่อเพื่อข้อมูลหรือคำแนะในการกำหนดขั้นตอนการวัดค่าสีและแสงเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล teamiie@centasiathai.com เบอร์ 02-361-3730 หรือ 092-384-4664 Line : https://lin.ee/6cpcTtD หรือสแกน QR code ด้านข้างนี้คะ

  • บทความ

    สี : ทำไมต้องใช้เครื่องวัดสี

    แชร์หน้านี้moreภาพโดย Alexandr Ivanov จาก Pixabay บทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของ “สี” มีผลต่อการสร้างความรู้สึกให้กับมนุษย์ได้หลายอย่าง เช่น สีส่งผลต่อรสชาติของอาหารและเรื่องของการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ด้วย  ซึ่งสีแตกต่างจากวัตถุที่มีขนาดหรือน้ำหนักที่เราสามารถวัดได้ด้วยไม้บรรทัดหรือสเกลที่ใช้ในการวัดออกมาได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเราพูดถึง “สีน้ำเงิน” กับตัวอย่างใดๆ ผู้คนต่างจินตนาการถึงสีน้ำเงินที่ต่างกันไป บ้างคนอาจพูดว่านั้นเป็น น้ำเงินเข้ม,  น้ำเงินคราม, น้ำเงินอ่อน เป็นต้น แต่ละคนก็ยังแปลสีที่เราเห็นแตกต่างกันออกไป เราใช้ไม้บรรทัดวัดความยาว ใช้เครื่องชั่งวัดน้ำหนัก แล้วเราใช้อะไรวัดสี ? สภาวะต่างๆที่มีผลต่อการมองเห็นสีด้วยตา แหล่งกำเนิดแสงต่างกัน ทิศทางการมองเห็น ขนาดของวัตถุ พื้นหลังที่ต่างกัน ผู้สังเกตุที่ต่างกัน ความจำของผู้สังเกตุ ความแปรปวนด้านอารมณ์ของผู้สังเกตุ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงมีเครื่องมือ ที่จะช่วยในการวัดสี คือ คัลเลอร์ริมิเตอร์ (Colorimeter) และ เครื่องสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ (Spectrophotometers)  ที่แปลผลการวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ แหล่งกำเนิดแสงที่ต่างต่างกัน ทำให้การมองเห็นสีแตกต่างกัน ขนาดของวัตถุที่ต่างกันทำให้มองเห็นสีต่างกันไปด้วย สีของพื้นหลังต่างกัน ส่งผลให้การมองเห็นสีต่างกัน แม้ว่าสีนั้นจะเป็นสีเดียวกัน ความจำของผู้สังเกตุมีผลต่อการบอกค่าสี เมื่อเวลาผ่านไปความจำของผู้สังเกตุอาจจะทำให้สีที่อ่านค่าออกมาไม่ตรงกับความจริง คนแต่ละคนมีความทรงจำและประสบการณ์เกี่ยวกับสีหรือเฉดสีต่างกัน ทำให้การอ่านค่าสีต่างกัน หากสนใจรายละเอียดสามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาฟรีเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการวัดสีและการวัดแสง ได้ที่อีเมล teamiie@centasiathai.com เบอร์ 02-361-3730 หรือ 092-384-4664 Line : https://lin.ee/6cpcTtD หรือสแกน QR code ด้านข้างนี้คะ

  • บทความ

    การดูแลรักษาเครื่องเบื้องต้นตอนที่ 1

    แชร์หน้านี้more การดูแลรักษาตัวเครื่อง (The Instrument) ไม่ควรทำตัวเครื่องตกกระแทกหรือสั่นสะเทือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องลดลงหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบอิเลคทรอนิกของเครื่อง ให้ระมัดระวัง ป้องกันสิ่งสกปรกทั้งก่อนทำการวัดและหลังทำการวัด ป้องกันการกระแทกอย่างรุนแรงกับส่วนหัววัด ส่วนหัววัดต้องถูกปิดด้วย Protective Cap เสมอเมื่อไม่ใช้งาน   การดูแลรักษาในขณะใช้วัด (Measurement) เมื่อใช้งานเครื่องเป็นเวลานาน ค่าที่วัดได้อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนของสภาวะแวดล้อมที่ใช้งาน ควรทำการสอบเทียบด้วยแผ่น  White Calibration Plate ทุก ๆ สองชั่วโมง เมื่อมีการใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ต้องวัด target ซ้ำเพราะเครื่องจะทำการปรับค่าให้โดยอัตโนมัติ   และเมื่อทำการวัดอย่างต่อเนื่องควรใช้ AC adapter แทนการใช้ถ่าน alkaline การดูแลรักษา แผ่น White Calibration Plate แผ่น White Calibration Tile จะวางอยู่กลาง Plate ฉะนั้นเมื่อต้องการสอบเทียบให้ใช้พื้นที่บริเวณที่ใกล้ส่วนกลางของแผ่นมากที่สุด  ห้ามเกิดริ้วรอยขูดขีดสกปรก กับแผ่น White Calibration Plate โดยเด็ดขาด เมื่อไม่ใช้งาน ต้องปิดฝาครอบเสมอเพื่อป้องกันการกระทบถูกแสงโดยตรงซึ่งบริเวณที่ถูกแสงจะทำสีเปลี่ยนไป บริษัท Centasia เรามั่นใจในความสามารถของเราในการให้บริการ ส่งข้อความ เข้ามาสอบถามเราได้ที่ teamiie@centasiathai.com เบอร์…

  • บทความ

    วิธีการเลือกเครื่องมือวัดสีที่เหมาะสม

    แชร์หน้านี้more การจัดการสี มีความสำคัญในหลายๆด้านของการผลิต เช่น ยานยนต์, สีเคลือบและสี,พลาสติก, และอาหาร เครื่องมือวัดสีกลุ่มสเปกโตรโฟโตมิเตอร์(Spectrophotometers)และกลุ่มคัลเลอร์มิเตอร์(Colorimeters) ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อช่วยให้สามารถวัดความแตกต่างของสีได้อย่างแม่นยำขึ้น ในขณะที่ดวงตาของเราไม่สามารถแยกความแตกต่างของสีได้ เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ (Spectrophotometers) และ เครื่องคัลเลอริมิเตอร์ (Colorimeters)       เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ มีเซ็นเซอร์หลายตัว, วัดสีสะท้อนแสงสเปกตรัมผ่านสเปกตรัมความยาวคลื่นที่มองเห็น (400 นาโนเมตร ถึง 700 นาโนเมตร) เครื่องมือเหล่านี้มีความถูกและแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการผสมสูตรสี, การควบคุมคุณภาพสีและการวิเคราะห์สีที่มีความซับซ้อน      เครื่องคัลเลอริมิเตอร์ หรือ เครื่องวัดสี ใช้เซ็นเซอร์ 3 คือ สีแดง, เขียว, และน้ำเงิน ที่มีความไวคล้ายกับที่ดวงตาของเรามองเห็นสี เพื่อวัดแสงที่สะท้อนหรือส่งผ่านของวัตถุ ส่วนใหญ่จะใช้ในการปรับองค์ประกอบสีหรือเปรียบเทียบสีกับตัวอย่างอ้างอิง(reference) หรือตัวอย่างมาตรฐาน(standard) โหมดของการวัด  (Measurement Mode) เมื่อแสงกระทบวัตถุ โดยทั่วไปวัตถุสะท้อนและและดูดกลืนแสงบางส่วนไว้  วัตถุแต่ละชนิดจะมีการดูดกลืนและสะท้อนแสงในสัดส่วนที่แตกต่างกัน เป็นสาเหตุที่ทำให้วัตถุมีสีที่แตกต่างกัน ตัวอย่างที่ต้องการวัด ไม่ว่าจะเป็นของแข็งหรือของเหลว จำเป็นต้องเลือกใช้โหมดการวัดให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลสีที่เชื่อถือได้ ตัวอย่างที่เป็นของแข็ง ที่มีลักษณะที่แสงผ่านไม่ได้ จะเลือกใช้การวัดในโหมดการสะท้อนแสง (reflectance mode)…

  • บทความ

    แนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินสีด้วยสายตา

    แชร์หน้านี้more การวัดสีด้วยเครื่องมือและการรับรู้ด้วยสายตานั้นควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่แนะนำเพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูลค่าสีในรูปแบบดิจิตอล สอดคล้องกับการรับรู้ด้วยสายตา 1. เงื่อนไขของสภาพแวดล้อม  (Environmental Conditions) ระดับแสงสว่าง ควรอยู่ในช่วง 2,000 ถึง 4,000 ลักซ์ แสงสว่างของสิ่งแวดล้อม (แสงของห้อง) มีผลต่อแสงจากตู้ไฟเทียบสี 2. ผู้สังเกตการณ์ (Observer) การมองเห็นสีปกติ ผู้สังเกตการณ์ควรได้รับการทดสอบเป็นระยะๆ เพื่อเป็นการทดสอบการมองเห็นสี แว่นสายตา ผู้สังเกตการณ์ไม่ควรสวมแว่นตา ที่มีเลนส์สี ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้สี เสื้อผ้า ผู้สังเกตการณ์ควรสวมเสื้อโทนสีเดียว (สีขาว, เทา, ดำ) เพื่อให้แสงที่สะท้อนออกจากเสื้อผ้าไม่มีผลต่อตัวอย่างระหว่างการทดสอบ 3. การเปรียบเทียบสี (Color Comparison) พื้นหลัง รักษาตู้ไฟเทียบสี ให้สะอาด ไม่มีวัตถุอื่นๆ วางไว้ นอกจากวัตถุที่จะทดสอบขนาดตัวอย่าง ใช้ขนาดตัวอย่าง ที่มีขนาดเท่ากัน• หลีกเลี่ยง ขนาดตัวอย่างที่มีขนาดเล็กจนเกินไป ตำแหน่งตัวอย่าง มีการจัดแนวด้านขอบให้ชนกันกับด้านขอบของตัวอย่างที่จะทดสอบ มีการวางในแนวระนาบเดียวกัน ตัวอย่างควรอยู่ที่ประมาณ 400 ถึง 600 มิลลิเมตร จากสายตาของผู้สังเกตการณ์ ควรสลับตัวอย่างในการวาง ที่ตำแหน่งต่างๆ เช่น…

  • บทความ

    การใช้สายตาในการตรวจสอบสี

    แชร์หน้านี้more การประเมินสีที่เหมาะสม จำเป็นจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆดังนี้ การเลือกใช้แหล่งกำเนิดแสงที่ถูกต้อง ( Light Source Selection ) ในแต่ละอุตสาหกรรมมีการกำหนดแหล่งกำเนิดแสงที่ใช้งานแตกต่างกัน  ดังนั้นควรเลือกใช้แหล่งกำเนิดแสงที่เหมาะสมกับชิ้นงาน เหมาะสมกับการนำไปใช้  เช่น สีของแสง (Color Tempreature)  , SPD , CRI  เพื่อให้ทุกคนเลือกใช้แหล่งกำเนิดแสงและวิธีการดูสีที่เหมือนกัน มุมมอง  ( Viewing Geometry ) สีของวัตถุจะเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขมุมที่ใช้มอง รวมทั้งมุมของแหล่งกำหนดแสง  ดังนั้นมุมที่ใช้ในการสังเกตวัตถุและมุมของแหล่งกำเนิดแสงจะต้องคงที่  เพื่อให้การสื่อสารสมีความถูกต้อง เงื่อนไขของสภาพแวดล้อม  ( Environmental Conditions ) แหล่งกำเนิดแสง  ควรใช้อย่างน้อย 2 แหล่งกำหนดแสงในการเปรียบเทียบ เพื่อเช็คปรากฏการณ์ เมทาเมอริซึม ( Metamerism ) ความส่องสว่าง  ต้องมีความส่องสว่างสม่ำเสมอ  อยู่ในช่วง  2,000lx – 4,000lx  และตู้ไฟต้องมีพื้นที่ขนาดโหญ่กว่า ตัวอย่างที่ต้องการวัดดูสี พื้นหลัง  ตู้ไฟ ควรเป็นผนังด้าน  ไม่มีความมันเงา สีของผนังควรมีความสว่าง อยู่ที่   L* =…