• บทความ

    ใหม่!! เครื่องวัดแสงและจอแสดงผลด้วยเทคโนโลยีภาพถ่ายความละเอียดสูง

    แชร์หน้านี้more          เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่ Radiant Vision Systems ได้ผลิตเครื่องวัดแสง ProMetric® Imaging Colorimeters & Photometers ที่มีประสิทธิภาพการวัดแสงด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพในระดับชั้นนำ ของอุตสาหกรรมสำหรับการทดสอบและการวัดชิ้นงานต่างๆที่ให้แสงสว่างได้      และในบทความนี้ เราจะขอแนะนำเครื่องวัดแสงรุ่นใหม่ ที่พัฒนาให้มีความละเอียดสูงถึง 61 เมกะพิกเซล สามารถตรวจับข้อมูลได้หลายล้านจุดต่อการวัดในหนึ่งครั้ง เพิ่มความเที่ยงตรงสูงสุด (Precision) เพิ่มความแม่นยำในการวัด (Accuracy) เพิ่มช่วงไดนามิกสูงสุดที่ 76 dB ยังคงความรวดเร็วในการวัด (เร็วถึง 0.5 วินาทีต่อการวัดหนึ่งครั้ง)  ProMetric I61 (61-megapixel ) Imaging Colorimeter ProMetric Y61 (61-megapixel)Imaging Photometer ProMetric Y45 (45-megapixel)Imaging Photometer MEASUREMENT CAPABILITIES : ความสามารถของเครื่อง COLORIMETRIC(adds color capabilities) CIE…

  • บทความ

    Case study : ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลชนิด Head-Up Display (จอแสดงผลบนกระจก)

    แชร์หน้านี้more ฟังก์ชันการประเมินคุณภาพของจอภาพแบบอัตโนมัติที่เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลชนิด Head-Up Display (จอแสดงผลบนกระจก) SAE J1757-2 มาตรฐานอุตสาหรรมแรกที่ได้รับการตีพิมพ์สำหรับการวิเคราะห์การมองเห็นจอแสดงผลบนกระจก (Head-Up Display, HUD) ได้กำหนดวิธีการประเมินการมองเห็นภาพเสมือนจริงของ HUD จากมุมมองของคนขับขี่ Konica Minolta ได้สร้างระบบการประเมินที่เป็นไปตามมาตรฐาน SAE J1757-2 ด้วยเครื่องวัดสีของแสงที่ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายและโปรแกรมเฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะสำหรับแอพพิเคชั่นนี้ SAE J1757-2 ระบบการมองเห็นจอแสดงผลบนกระจกของยานยนต์: Optical System HUD for Automotive ที่สอดคล้องกับ [ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลบนกระจก] โดยการวัดทางด้านภาพทั้งหมดจากระบบจอ HUD ที่รวดเร็วและความละเอียดสูง ProMetric Series เครื่องวัดความส่องสว่างและสีของแสงด้วยเทคโนโลยีภาพถ่าย พร้อม TrueTest (HUD module) โปรแกรมการตรวจสอบอัตโนมัติ Radiant Vision System ProMetric มาพร้อมกับเลนส์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจับภาพเสมือนจริงจากจอ HUD ได้ถูกต้องแม่นยำ สำหรับการติดตั้งระบบด้วยเครื่องวัด ProMetric series จะถูกติดตั้งในตำแหน่งสายตาที่ผู้ขับขี่มอง (eye box) เพื่อวัดภาพเสมือนจริงที่ถูกฉายและปรากฎบนกระจกหน้ารถยนต์ (Windscreen) หรือปรากฎบนจอกระจก (Combiner) กับโปรแกรม TrueTest…

  • บทความ

    การถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม

    แชร์หน้านี้more         การตรวจจับหรือวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุ เราต้องตรวจสอบก่อนว่า แสงมีปฏิสัมพันธ์กับวัสดุอย่างไรโดยพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของสเปกตรัม สเปกตรัมของวัสดุแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน เช่นเดียวกับลายนิ้วมือของเรา สำหรับการระบุเอกลักษณ์ เราสามารถระบุได้จากสเปกตรัมของวัสดุด้วยการทำความเข้าใจปริมาณของแสงที่สะท้อน ส่องผ่าน หรือเปล่งแสงออกมาในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ          การถ่ายภาพสเปกตรัมเป็นเทคนิคที่รวมการวัดสเปกตรัมกับการถ่ายภาพดิจิทัลไว้ด้วยกัน ต่างจากกล้องทั่วไปที่จับแสงเป็นสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียวภายในช่วงสเปกตรัมที่มองเห็นได้ กล้องถ่ายภาพสเปกตรัมสามารถจับแสงในช่วงความยาวคลื่นช่วงสั้นโดยเริ่มจากช่วง UV ผ่านช่วงที่มองเห็นได้ และ ช่วงอินฟราเรดของสเปกตรัม ความสามารถในการตรวจสอบสเปกตรัมที่กว้างช่วยให้ระบุและแยกแยะสารต่างๆ ที่ไม่สามารถแยกได้ด้วยสายตาในสสารตัวอย่างได้ง่ายขึ้น ด้วยสีหรือความแตกต่างทางเคมี         การถ่ายภาพสเปกตรัมสามารถแบ่งออกเป็น ภาพถ่ายแบบมัลติสเปกตรัม Multispectral Imaging (MSI) และภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัม Hyperspectral Imaging (HSI) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง MSI และ HSI คือความละเอียดของสเปกตรัม กล้อง HSI จะวัดแสงในแถบความยาวคลื่นที่แคบจำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กล้อง MSI จะวัดเฉพาะแถบความยาวคลื่นจำนวนไม่ต่อเนื่องบางช่วงเท่านั้น         กล้อง…

  • บทความ

    ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตัมคืออะไร

    แชร์หน้านี้more     สสารหรือวัสดุทุกชิ้นมีปฏิสัมพันธ์กับแสงในลักษณะเฉพาะ สเปกตรัมของสสาร กล่าวคือ ปริมาณแสงที่สะท้อน เปล่งออกมา หรือส่งผ่านสสารนั้นแตกต่างกันไปตามความยาวคลื่นที่แตกต่างกันอย่างไร ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีของสสารและลักษณะทางกายภาพ       การถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตัม Hyperspectral Imaging (HSI) เป็นเทคนิคที่ผสมผสานทั้งการวัดสเปกตรัมและการถ่ายภาพดิจิทัล ช่วยให้ระบุประเภท ชนิด ทำแผนภูมิ และคัดแยกสสารได้ง่ายตามความแตกต่างของคุณสมบัติทางชีววิทยา เคมี หรือทางกายภาพ      HSI ถูกใช้มากขึ้นในงานวิจัยมากมาย เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ การวิจัยพืชพรรณ การเกษตรที่แม่นยำ การวิเคราะห์อาหาร ฯลฯ Specim ผู้บุกเบิกและผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม มีเครื่องมือและโซลูชันการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัมที่หลากหลายซึ่งครอบคลุมความยาวคลื่น ตั้งแต่ช่วงตามองเห็นและอินฟราเรดระยะใกล้ไปจนถึงคลื่นความร้อน เทคโนโลยี HSI ของ Specim ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากในด้านการวิจัยต่างๆ สำรวจแอปพลิเคชันการวิจัยทั้งหมดของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตัมคืออะไร ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัมให้ข้อมูลอะไรบ้าง หากต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาและกระบวนการจัดการสีและแสงของคุณหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสีและแสงของเรา     ให้เราช่วยคุณในการเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับความต้องการในการวัดของคุณสามารถติดต่อเพื่อข้อมูลหรือคำแนะในการกำหนดขั้นตอนการวัดค่าสีและแสงเพิ่มเติมได้ที่ ได้ที่อีเมล teamiie@centasiathai.com เบอร์ 02-361-3730 หรือ 092-384-4664 Line : https://lin.ee/6cpcTtD หรือสแกน QR code ด้านข้างนี้ค่ะ สามารถติดตามช่องYoutubeของเราเพื่อรับชมวิดีโอการสาธิตเครื่องมือ…

  • บทความ

    การตรวจสอบคุณภาพของสัญญาณไฟแบคไลท์ได้ในการวัดค่าเพียงครั้งเดียวทั้งความสว่าง, สีและความผิดปกติอื่นๆ

    แชร์หน้านี้more สัญญาณไฟแบคไลท์บนแผงหน้าปัดรถยนต์ (ซ้าย) และแบคไลท์ภายในห้องโดยสารเครื่องบิน (ขวา)               สัญญาณไฟแบคไลท์ (Backlit signs) หรือปุ่มสัญลักษณ์ที่มีแสงไฟส่องจากด้านหลังมีอยู่มากมายรอบๆตัวเรา เช่น ปุ่มกด, สัญลักษณ์, ลูกบิด, ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิก และแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ สัญญาณไฟแบคไลท์ถูกนำมาใช้ในหลากหลายแอพพลิเคชั่นที่ต้องการให้สามารถมองแสงได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่มีแสงหรือแสงน้อย เช่น ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินและรถยนต์ ในอุตสาหกรรมมีการควบคุมคุณภาพความสว่าง, สีของแสงของสัญญาณไฟแบคไลท์อย่างเข้มงวดเนื่องจากเป็นคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้และและความปลอดภัยของผู้โดยสาร การประเมินคุณภาพของสัญญาณไฟแบคไลท์และปุ่มสัญลักษณ์ต่างๆ เป็นความท้าทาย เนื่องจากคุณภาพการมองเห็นแต่ละสัญลักษณ์ถูกกำหนดด้วยคุณสมบัติด้านการวัดแสงและสี (Photometric) ที่ต้องสอดคล้องกับสายตา และความถูกต้องของรูปร่าง, ขนาดของสัญลักษณ์ ซึ่งจำเป็นต้องถูกทดสอบอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและฟังก์ชันการทำงานถูกต้อง การวัดความสว่าง, สี, ขนาด, รูปร่าง, ความสม่ำเสมอ (ทั้งภายในหนึ่งสัญลักษณ์และระหว่างสัญลักษณ์ในชิ้นงานชุดเดียวกัน) เป็นสิ่งสำคัญซึ่งจำเป็นต้องสามารถแยกความแตกต่างระหว่างบริเวณที่แสงสว่างกับพื้นหลังของสัญลักษณ์ได้แม่นยำเพื่อที่จะบอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ ในปัจจุบันมีระบบการวัดและวิเคราะห์ค่าแสงและสี (Photometric measurement systems) ที่สอดคล้องกับสายตา แต่ยังคงไม่สามารถระบุรูปร่างของสัญลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันหรือไม่สามารถตรวจสอบตัวอักษรได้แม่นยำ ในทางกลับกันเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้หลักการตรวจสอบทางกายภาพ (Machine vision equipment) ก็สามารถตรวจสอบได้เพียงความถูกต้องของการระบุตำแหน่งพื้นที่ของสัญลักษณ์และความแตกต่างกันของรูปร่าง แต่ไม่สามารถบอกคุณสมบัติทางด้านแสงและสีได้ ระบบการวัดและวิเคราะห์ค่าแสงและสี (Photometric measurement systems) ถูกออกแบบมาเพื่อประเมินพื้นที่การกระจายตัวแสงและสีของแหล่งกำเนิด หรือการประเมินแสงและสีของจอแสดงผลสี่เหลี่ยมผืนผ้า…

  • บทความ

    มุ่งสู่การจัดการข้อมูลการวัดค่าสีแบบดิจิตัล

    แชร์หน้านี้more ปัจจุบันห่วงโซ่อุปทาน (supply chains) ระดับโลก มีการเพิ่มความซับซ้อนในการรับรองคุณภาพสีของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ตัวอย่างชิ้นงานทางกายภาพจำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน (supply chains)  จึงจำเป็นที่จะต้องถูกตรวจสอบคุณภาพสีอย่างสม่ำเสมอ ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการจำนวนมากในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมสีและการเคลือบพื้นผิว รวมไปถึงอุตสาหกรรมพลาสติก กำลังมุ่งสู่การจัดการข้อมูลการวัดค่าสีแบบดิจิตัล เพื่อลดตัวอย่างทางกายภาพที่มีราคาแพงและปรับปรุงประสิทธิภาพ ขั้นตอนแรกในการดำเนินการจัดการข้อมูลสีดิจิตอลคือ การกำหนดวิธีการวัดสีแล้วแบ่งปันให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทาน เช่น ตัวอย่างของวิธีการที่กำหนดไว้อย่างดีรวมถึง กำหนดรุ่นของเครื่องมือที่ใช้ และระบุระบบ (Geometry) ของการวัดของเครื่องมือรุ่นนั้นๆ กำหนดมุมมองมาตรฐาน (Observer) และแหล่งกำเนิดแสงมาตรฐาน ที่เลือกใช้ (Illuminant) กำหนดหน่วยสีที่ใช้ (Color space) และ ค่าขอบเขตการยอมรับ (Tolerance) กำหนดขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างสำหรับการวัดค่า และวิธีการนำเสนอ กำหนดแหล่งกำเนิดแสงที่ใช้ตรวจสอบตัวอย่างด้วยสายตา ซึ่ง 1 ในข้อกำหนดในการจัดการข้อมูลการวัดค่าสีแบบดิจิตัล คือ การใช้เครื่องมือที่มีค่า Inter Intrument Agreement (IIA) ที่แคบ นั่นคือ ความสามารถในการวัดค่าได้ใกล้เคียงกันระหว่างเครื่องวัดสีโมเดลนั้นๆ และค่าความสามารถในการวัดซ้ำ(Repeatability) ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลการวัดค่าสีดิจิตอลของเครื่องมือหลายๆเครื่อง ในรุ่นเดียวกันยังคงที่และเชื่อถือได้ในทุกตำแหน่ง วิธีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพสีและความเงาภายในซัพพลายเชน (Supply Chain)             ในห่วงโซ่อุปทาน…

  • บทความ

    เคล็ด(ไม่)ลับและเทคนิคสำหรับการวัดและควบคุมคุณภาพของสัญญาณไฟแบ็คไลท์ (Backlit Symbol)

    แชร์หน้านี้more ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ไปจนถึงโรงภาพยนต์ขนาดใหญ่หรือแผงควบคุมของรถยนต์ไปจนถึงสัญลักษณ์การคาดเข็มขัดนิรภัย Backlit Symbol หรือสัญญาณไฟแบ็คไลท์ อยู่รอบๆตัวเราในชีวิตประจำวัน สัญญาณไฟแบคไลท์ส่องสว่างจากแหล่งกำเนิดแสงที่อยู่พื้นผิวด้านหลัง ที่เรียกว่า Backlight unit (BLU) สัญลักษณ์และตัวอักษร จะถูกตัดให้แสดง เพื่อบอกความหมายต่างๆ โดยใช้แสงสว่างจากแหล่งกำเนิด ยกตัวอย่างเช่น ป้าย EXIT ที่ติดอยู่ที่ทางออกของโรงภาพยนต์ สัญญาณไฟแบ็คไลท์ถูกใช้และถูกให้ความสำคัญมากในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบินและยานพาหนะ ซึ่งต้องทำให้มั่นใจว่าสัญญาณไฟที่ปรากฎนั้นสามารถแสดงต่อผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจนและถูกต้องแม้ในสภาวะแวดล้อมที่อาจจะมีข้อจำกัดในที่มืดหรือแสงน้อย โดยผู้ผลิตสัญญาณไฟแบ็คไลท์ต้องให้ความสำคัญการตรวจสอบคุณภาพเป็นอย่างมาก เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์สัญญาณไฟแบ็คไลท์ เป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆด้านประสิทธิภาพและเพื่อให้ภาพชัดเจนตามที่ต้องการ สัญลักษณ์ไฟแบ็คไลท์เหล่านั้นจึงจำเป็นต้องถูกทดสอบอย่างรอบคอบและระมัดระวังทั้งด้านความสว่าง (luminance), สีของสัญลักษณ์, ลักษณะรูปร่างที่ปรากฎ, ความสม่ำเสมอของภาพ (ทั้งในบริเวณของสักษณ์นั้นๆและภาพใกล้เคียง) รวมถึงปัจจัยอื่นๆที่อาจถูกทดสอบด้วย ProMetric® Imaging Photometers ของ Radiant Vision System ได้ถูกนำมาใช้ในรูปแบบของการทดสอบอย่างแม่นยำสัญลักษณ์ backlit นี้สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างในอุตสาหกรรมต่างๆที่นำมาใช้ร่วมกับทั้งProMetric®ซอฟแวร์และTrueTest™อัตโนมัติภาพซอฟแวร์การตรวจสอบ Tips & Tricks ในชุดของคลิปวิดีโอด้านล่างผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Radiant แสดงให้เห็นถึงการทดสอบและคุณสมบัติที่แตกต่างกันเพียงไม่กี่อย่างสำหรับการทดสอบสัญลักษณ์เรืองแสงในแพ็คเกจซอฟต์แวร์ของเรา Automatic Points of Interest (Auto-POI) ฟังก์ชั่น Auto-POI ที่มีอยู่ในทั้งแพลตฟอร์ม ProMetric และ TrueTest สามารถวัดค่าของสัญลักษณ์แบ็คไลท์ (backlit…

  • บทความ

    เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2020

    แชร์หน้านี้moreภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay ปี 2020 ก้าวสู่ทศวรรษใหม่เป็นช่วงเวลาที่เราจะคาดการณ์และจับตาดูเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะมาเป็นกระแสในปี 2020 และในอนาคตแนวโน้มของเทคโนโลยีในบทความนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่คงต้องให้ระยะเวลาเป็นคนตัดสินซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวถึงบางเทคโนโลยี เช่น IT, AR/VR, หน้าจอแสดงผล, ยานยนต์ ภาพรวมแนวโน้มของเทคโนโลยี จากผลวิจัยของ Gartner (บริษัทวิจัยและให้ปรึกษาข้อมูลเชิงลึกกับองค์กรธุกิจ) คาดการณ์สำหรับ 10 “Strategic technology trends” แนวโน้มเทคโนโลยีที่กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงกับสังคมในปี 2020 นี้ Gartner วิเคราะห์ถึงเทคโนโลยีที่กำลังจะมีบทบาททำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอีก 5 ข้างหน้า แนวโน้วที่ Gartner กล่าวถึงมีดังนี้ Hyperautomation – เทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันระหว่าง machine learning (ส่วนการเรียนรู้ของเครื่องมือ เป็นสมองของ AI), โปรแกรมสำเร็จรูป, และเครื่องมืออัตโนมัตที่ทำงานแทนมนุษย์ 2. Human Augmentation – การนำเทคโนโลยีรู้แบบใหม่มาช่วยเพิ่มความสามารถทางด้านกายภาพ หรือความรู้ความเข้าใจ หรือมาช่วยเรื่องสภาพแวดล้อมรอบตัวของมนุษย์ เช่น อุปกรณ์ส่วมใส่รูปแบบใหม่ที่สามารถช่วยเพิ่มความสามารถของมนุษย์นด้านต่างๆได้ Autonomous Things – นอกจากการทำงานที่เชื่อต่อกันของสถาปัตยกรรมกับ IoT แล้ว ในอนาคตอุปกรณ์หลากหลายชนิดรอบตัวเราจะใช้ปัญญาประดิษฐ์…