เมื่อพืชต้องเผชิญกับสภาวะความเครียด เช่น แสงที่มีความเข้มสูง และขาดสารอาหาร อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืชและผลผลิต จากการศึกษาพบว่าการสะสมของเม็ดสี เช่น แอนโธไซยานิน มีความสัมพันธ์ กับความเครียดประเภทต่างๆ สิ่งสำคัญคือ ต้องระบุอาการเครียดในพืช เช่น ตั้งแต่เริ่มมีการสะสมของแอนโธไซยานิน การเริ่มปรากฏของแอนโธไซยานินและเม็ดสีประเภทอื่น ๆ มักจะเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ ทำให้ยากต่อการระบุ หรือประเมินด้วยสายตา วิธีการที่ใช้อยู่ในการหาปริมาณแอนโธไซยานิน และเม็ดสีประเภทอื่นๆ มักจะอาศัยการประเมินด้วยสายตา หรือการวิเคราะห์ทางเคมี ซึ่งวิธีการเหล่านี้อาจมีความซับซ้อน ใช้เวลานาน ต้องทำลายตัวอย่าง และมีค่าใช้จ่ายสูง กล้องที่ใช้ระบบการอ้างอิงจากภาพ โดยใช้สีและฟิลเตอร์ และ การถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม (HSI) กำลังได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถตรวจสอบสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องไม่ต้องทำลายตัวอย่าง กล้องที่ใช้ระบบการอ้างอิงจากภาพ โดยใช้สีและฟิลเตอร์ สามารถจำแนกลักษณะของวัตถุตามสี หรือรูปร่างได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสามารถบันทึกแสงได้ เฉพาะในช่วงที่ตาคนมองเห็น คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) ความสามารถในการระบุชนิดของสสารจึงน้อยมาก …
-
-
การวัดปริมาณคลอโรฟิลล์อย่างแม่นยำด้วยการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม
คลอโรฟิลล์เป็นรงควัตถุหรือเม็ดสีที่สำคัญของพืชที่ดูดซับพลังงานจากแสงเพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสง พืชที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปจะมีปริมาณคลอโรฟิลล์สูง และปริมาณจะมีแนวโน้มลดลงเมื่อช่วงอายุของใบเพิ่มขึ้นหรือเมื่อพืชอยู่ภายใต้ความเครียด[1] ดังนั้น เราจึงมักใช้ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัมเพื่อตรวจสอบและศึกษาความสมบูรณ์ สุขภาพและการเจริญเติบโตของพืช เช่น ความเครียด ภาวะโภชนาการของพืช เป็นต้น นอกจากนี้ คลอโรฟิลล์ยังสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมของธาตุไนโตรเจน ซึ่งเป็นพารามิเตอร์สำคัญที่ใช้กันทั่วไปในการบริหารจัดการทางการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด วิธีดั้งเดิมในการตรวจวัดปริมาณคลอโรฟิลล์คือ วิธีทางเคมีซึ่งต้องทำในห้องปฏิบัติการ โดยมีขั้นตอนเกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวใบจากพืชตัวอย่างและการสกัดคลอโรฟิลล์โดยใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ หลังจากนั้นจะใช้ HPLC โครมาโตกราฟี เพื่อวิเคราะห์ปริมาณคลอโรฟิลล์ วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลานาน และเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการสกัดที่ยุ่งยาก ซึ่งทำลายใบพืชและไม่สามารถตรวจสอบ ติดตามลักษณะของพืชเมื่อเวลาผ่านไป ในทางตรงกันข้าม ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัม hyperspectral imaging (HSI)[2] เป็นเทคโนโลยีใหม่โดยวัดปริมาณคลอโรฟิลล์แบบไม่ทำลายตัวอย่าง ตรวจวัดรวดเร็ว และเที่ยงตรง HSI เป็นการผสมผสานระหว่างการวัดสเปกตรัมและการถ่ายภาพดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี HSI โครงสร้างทางกายภาพของพืช เช่น ใบและลำต้น สามารถรตรวจวัดได้จากเทคนิคการถ่ายภาพดิจิทัล และข้อมูลทางสรีรวิทยาหรือชีวเคมีจากการวัดสเปกตรัม โดยตรวจวัดด้วยช่วงสเปกตรัมที่แคบและต่อเนื่องกันแล้วนำมาเชื่อมต่อกันได้เป็นสเปกตรัมที่สมบูรณ์จำนวนมาก กล้องถ่ายภาพ HSI มีหลากหลายประเภท เช่น แบบสแกนเชิงเส้น (push…
-
การทำความเข้าใจในพื้นฐานของการวัดสี
สีเป็นองค์ประกอบสำคัญในหลายอุตสาหกรรม สีสามารถมีอิทธิพลต่อการซื้อและมักใช้เป็นตัวแปรในการกำหนดคุณภาพผลิตภัณฑ์ เมื่อสีของผลิตภัณฑ์อยู่นอกช่วงสีที่คาดหวังหรือแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่ติดกันบนชั้นวาง เรามักจะมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องหรือคุณภาพต่ำ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของเราในที่สุด ด้วยพลังของสีในการบ่งบอกถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และกระตุ้นการซื้อ เจ้าของแบรนด์หรือผู้ผลิตจะต้องทำการผลิตสินค้าที่ได้สีที่ต้องการอย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ แต่การสื่อสารด้วยสีที่แม่นยำอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากสีเป็นรูปแบบหนึ่งของการรับรู้และต้องอาศัยการตีความของแต่ละคน แม้ว่าคนสองคนกำลังดูวัตถุเดียวกัน แต่ละคนจะใช้การอ้างอิงและประสบการณ์ของตนเองเพื่ออธิบายหรือเรียกสีที่เห็นแตกต่างกัน ด้วยหลากหลายวิธีในการแสดงสี เราจะสามารถสื่อสารสี หรือ อธิบายสีที่ต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจตรงกับเราได้อย่างไร ? เพื่อการสื่อสารสีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อันดับแรกเราต้องเข้าใจคุณลักษณะทั้ง 3 ของสี ได้แก่ เฉดสี ความสว่าง และความอิ่มตัวของสี เฉดสี เป็นคำทั่วไปที่ใช้อธิบายสี เช่น สีแดง สีเขียว หรือสีน้ำเงิน ความสว่าง อธิบายถึงความสว่างหรือความมืดของเฉดสีนั้นๆ ความอิ่มตัวของสี (Hue) อธิบายถึงความสดใสหรือความหมองคล้ำ ด้วยคุณสมบัติ 3 ประการนี้ เราสามารถสื่อถึงสีของผลิตภัณฑ์ เช่น ลิปสติกสีแดง เป็นสีแดงสดและที่มีความสดใส แม้ว่าการสื่อสารด้วยสีรูปแบบนี้สามารถช่วยอธิบายสีได้ดีขึ้น แต่ก็ยังกว้างเกินไปสำหรับการสื่อสารสีที่แม่นยำ ตัวอย่างเช่น หากสีของผลิตภัณฑ์เข้มกว่าที่ตั้งใจไว้มาก เราจะระบุความสว่างที่แม่นยำผ่านระบบสีมาตรฐานที่รู้จักและใช้งานในระดับสากลได้อย่างไร? เช่นเดียวกับน้ำหนักหรือขนาดที่เราสามารถวัดด้วยมาตราส่วนจริง สีสามารถแสดงเป็นตัวเลขได้โดยใช้ระบบที่เรียกว่าหน่วยสี CIE L*a*b* พื้นที่สี CIE…
-
การควบคุมสีของยา
การจัดยาหรือการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ ความชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการผิดพลาดในการจ่ายยา และสีเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้กันโดยทั่วไปสำหรับการจัดการยาซึ่งทำให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากประโยชน์ด้านความปลอดภัยแล้ว สีของยามีผลต่อการรับรู้ของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาอีกด้วย จากการศึกษาพบว่ายาเม็ดสีขาวหรือสีน้ำเงินมีรสขม ในขณะที่เม็ดสีชมพูมีรสหวานกว่าเม็ดสีแดง การศึกษาอื่นๆพบว่าผู้ป่วยมักจะหยุดกินยาตามใบสั่งแพทย์เมื่อยามีการเปลี่ยนแปลงสี สำหรับผู้ผลิตยา การพัฒนาสีและเฉดสีของยาแต่ละรุ่นอย่างแม่นยำและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ การประเมินสีด้วยสายตาอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากการรับรู้สีแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล นอกจากนี้ความแตกต่างระหว่างเฉดสีมักจะมองเห็นและแยกความแตกต่างได้ยากด้วยตาเปล่าของมนุษย์ เครื่องวัดสีแบบสเปคโตรโฟโตมิเตอร์มีความสามารถในการแยกแยะสีและเฉดสีที่ละเอียดอ่อน ให้ความแม่นยำสูง และมีความสามารถในการวัดซ้ำ ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนานั้น ผู้ผลิตยาสามารถใช้สเปคโตรโฟโตมิเตอร์เพื่อวิเคราะห์หรือปรับแต่งสูตรเพื่อพัฒนาสีและเฉดสีของยา ด้วยข้อมูลการวัดสีจากสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าความคลาดเคลื่อน เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าสีและเฉดสีที่ต้องการนั้นมีความถูกต้องและสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถระบุความแตกต่างของสีและเฉดสีที่ไม่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในระหว่างการตรวจสอบสีขั้นสุดท้าย ทำให้ช่วยดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วหากมีข้อผิดพลาด ในการวัดสีและเฉดสีของยา เครื่องวัดสีรุ่น Spectrophotometer CM-5 พร้อมอุปกรณ์เสริม เช่น หน้ากากวัด(Target Mask) ขนาด 3…
-
ทำความรู้จัก CIE L*C*h Color Space
หน่วยสี (color space) ใช้อธิบายและสื่อสารสีของวัตถุโดยใช้ตัวเลข ซึ่งมี Commission Internationale de l’Eclairage (CIE) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับระดับสากล ได้กำหนดขอบเขตสี รวมถึงหน่วยสีในระบบต่างๆ เช่น CIE XYZ, CIE L*a*b* และ CIE L*C *h สำหรับสื่อสารและแสดงสีของวัตถุ ระบบเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ในการประเมินคุณลักษณะสี,คัดแยกหรือระบุส่วนที่ไม่สอดคล้องกันและถูกต้องแม่นยำ หน่วยสี (color space) L*C*h ซึ่งคล้ายกับ CIELAB เป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม หรือที่บางคนอาจจะรู้จักหรือคุ้นหูหน่วยสี L*a*b* เนื่องจากระบบนี้มีความสอดคล้องกับการรับรู้สีของดวงตามนุษย์ และมีไดอะแกรมเช่นเดียวกับหน่วยสี L*a*b* แต่ใช้พิกัดทรงกระบอกแทนพิกัดสี่เหลี่ยม ดังรูปด้านซ้ายมือ ในหน่วยสี (color space) นี้ L* หมายถึงความสว่าง C* หมายถึง ความเข้มของสี หรือหากพูดให้เข้าใจง่ายๆคือ C หรือ Chroma เป็น ความสดของสี…
-
การตรวจสอบคุณภาพของผักและผลไม้ด้วยการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม
การประเมินคุณภาพของผักและผลไม้ มีความสำคัญต่อการได้ผลผลิตที่ดีขึ้น อายุการเก็บรักษาที่นานขึ้นและลดของเสียลง การประเมินคุณภาพอย่างครอบคลุมหมายถึงการตรวจสอบทั้งลักษณะภายนอก และคุณลักษณะภายในของผักและผลไม้ ข้อบกพร่องภายนอก เช่น รอยช้ำ รอยด่าง หรือความแน่นของเนื้อ เป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพอย่างหนึ่ง คุณลักษณะภายใน เช่น ปริมาณความชื้น มีความสัมพันธ์กับรสชาติและกลิ่น ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพโดยรวมของผักและผลไม้ โดยทั่วไป การตรวจสอบลักษณะภายนอกของผักและผลไม้ ด้วยตัวบุคคลนั้นใช้เวลานานและมีความไม่แน่นอน ในขณะเดียวกัน วิธีที่ใช้ในการประเมินคุณลักษณะภายในที่แท้จริงของผักและผลไม้นั้น มักต้องทำลายตัวอย่าง หรือต้องใช้การวิเคราะห์ทางเคมีที่มีราคาแพง ปัจจุบันผู้ผลิตผักและผลไม้หลายรายกำลังเปลี่ยนมาใช้กระบวนการตรวจสอบด้วย เทคโนโลยีไฮเปอร์สเปกตัม hyperspectral imaging (HSI) [1] เพื่อการประเมินที่รวดเร็ว แม่นยำ และไม่ทำลายตัวอย่าง เทคโนโลยี HSI เช่น กล้อง Specim IQ และ FX series เป็นวิธีการที่รวดเร็ว คุ้มค่า และไม่ต้องทำลายตัวอย่าง ในการประเมินคุณภาพของผักและผลไม้ กล้อง Specim IQ และ FX series จะวัดทั้งช่วงสเปกตรัมที่ตาคนมองเห็นได้ และช่วงความยาวคลื่นที่ตาของเรามองไม่เห็น นอกจากนี้ ยังสามารถวัดช่วงความยาวคลื่นแคบๆ จำนวนมากในช่วงสเปกตรัมที่ต่อเนื่อง ทำให้สามารถระบุลักษณะพื้นผิวภายนอกและองค์ประกอบทางเคมีได้แม่นยำยิ่งขึ้น กล้อง Specim IQ[2]…
-
Case study : ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลชนิด Head-Up Display (จอแสดงผลบนกระจก)
ฟังก์ชันการประเมินคุณภาพของจอภาพแบบอัตโนมัติที่เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลชนิด Head-Up Display (จอแสดงผลบนกระจก) SAE J1757-2 มาตรฐานอุตสาหรรมแรกที่ได้รับการตีพิมพ์สำหรับการวิเคราะห์การมองเห็นจอแสดงผลบนกระจก (Head-Up Display, HUD) ได้กำหนดวิธีการประเมินการมองเห็นภาพเสมือนจริงของ HUD จากมุมมองของคนขับขี่Konica Minolta ได้สร้างระบบการประเมินที่เป็นไปตามมาตรฐาน SAE J1757-2 ด้วยเครื่องวัดสีของแสงที่ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายและโปรแกรมเฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะสำหรับแอพพิเคชั่นนี้ SAE J1757-2 ระบบการมองเห็นจอแสดงผลบนกระจกของยานยนต์: Optical System HUD for Automotive ที่สอดคล้องกับ[ระบบการประเมินการมองเห็นของจอแสดงผลบนกระจก]โดยการวัดทางด้านภาพทั้งหมดจากระบบจอ HUD ที่รวดเร็วและความละเอียดสูง ProMetric Series เครื่องวัดความส่องสว่างและสีของแสงด้วยเทคโนโลยีภาพถ่าย พร้อม TrueTest (HUD module) โปรแกรมการตรวจสอบอัตโนมัติ Radiant Vision System ProMetric มาพร้อมกับเลนส์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจับภาพเสมือนจริงจากจอ HUD ได้ถูกต้องแม่นยำ สำหรับการติดตั้งระบบด้วยเครื่องวัด ProMetric series จะถูกติดตั้งในตำแหน่งสายตาที่ผู้ขับขี่มอง (eye box) เพื่อวัดภาพเสมือนจริงที่ถูกฉายและปรากฎบนกระจกหน้ารถยนต์ (Windscreen) หรือปรากฎบนจอกระจก (Combiner)กับโปรแกรม TrueTest ที่พัฒนาเฉพาะเพื่อรูปแบบการทดสอบที่สามารถประเมินค่าของภาพเสมือนจริงบนจอภาพได้ เช่น การผิดเพี้ยนไปจากตำแหน่ง, ภาพซ้อน (Ghosting…
-
การถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม
การตรวจจับหรือวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุ เราต้องตรวจสอบก่อนว่า แสงมีปฏิสัมพันธ์กับวัสดุอย่างไรโดยพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของสเปกตรัม สเปกตรัมของวัสดุแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน เช่นเดียวกับลายนิ้วมือของเรา สำหรับการระบุเอกลักษณ์ เราสามารถระบุได้จากสเปกตรัมของวัสดุด้วยการทำความเข้าใจปริมาณของแสงที่สะท้อน ส่องผ่าน หรือเปล่งแสงออกมาในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ การถ่ายภาพสเปกตรัมเป็นเทคนิคที่รวมการวัดสเปกตรัมกับการถ่ายภาพดิจิทัลไว้ด้วยกัน ต่างจากกล้องทั่วไปที่จับแสงเป็นสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียวภายในช่วงสเปกตรัมที่มองเห็นได้ กล้องถ่ายภาพสเปกตรัมสามารถจับแสงในช่วงความยาวคลื่นช่วงสั้นโดยเริ่มจากช่วง UV ผ่านช่วงที่มองเห็นได้ และ ช่วงอินฟราเรดของสเปกตรัม ความสามารถในการตรวจสอบสเปกตรัมที่กว้างช่วยให้ระบุและแยกแยะสารต่างๆ ที่ไม่สามารถแยกได้ด้วยสายตาในสสารตัวอย่างได้ง่ายขึ้น ด้วยสีหรือความแตกต่างทางเคมี การถ่ายภาพสเปกตรัมสามารถแบ่งออกเป็น ภาพถ่ายแบบมัลติสเปกตรัม Multispectral Imaging (MSI) และภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัม Hyperspectral Imaging (HSI) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง MSI และ HSI คือความละเอียดของสเปกตรัม กล้อง HSI จะวัดแสงในแถบความยาวคลื่นที่แคบจำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กล้อง MSI จะวัดเฉพาะแถบความยาวคลื่นจำนวนไม่ต่อเนื่องบางช่วงเท่านั้น กล้อง HSI…
-
ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตัมคืออะไร
สสารหรือวัสดุทุกชิ้นมีปฏิสัมพันธ์กับแสงในลักษณะเฉพาะ สเปกตรัมของสสาร กล่าวคือ ปริมาณแสงที่สะท้อน เปล่งออกมา หรือส่งผ่านสสารนั้นแตกต่างกันไปตามความยาวคลื่นที่แตกต่างกันอย่างไร ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีของสสารและลักษณะทางกายภาพ การถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตัม Hyperspectral Imaging (HSI) เป็นเทคนิคที่ผสมผสานทั้งการวัดสเปกตรัมและการถ่ายภาพดิจิทัล ช่วยให้ระบุประเภท ชนิด ทำแผนภูมิ และคัดแยกสสารได้ง่ายตามความแตกต่างของคุณสมบัติทางชีววิทยา เคมี หรือทางกายภาพ HSI ถูกใช้มากขึ้นในงานวิจัยมากมาย เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ การวิจัยพืชพรรณ การเกษตรที่แม่นยำ การวิเคราะห์อาหาร ฯลฯ Specim ผู้บุกเบิกและผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัม มีเครื่องมือและโซลูชันการถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัมที่หลากหลายซึ่งครอบคลุมความยาวคลื่น ตั้งแต่ช่วงตามองเห็นและอินฟราเรดระยะใกล้ไปจนถึงคลื่นความร้อน เทคโนโลยี HSI ของ Specim ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากในด้านการวิจัยต่างๆ สำรวจแอปพลิเคชันการวิจัยทั้งหมดของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตัมคืออะไร ภาพถ่ายไฮเปอร์สเปกตรัมให้ข้อมูลอะไรบ้าง หากต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาและกระบวนการจัดการสีและแสงของคุณหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสีและแสงของเรา ให้เราช่วยคุณในการเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับความต้องการในการวัดของคุณสามารถติดต่อเพื่อข้อมูลหรือคำแนะในการกำหนดขั้นตอนการวัดค่าสีและแสงเพิ่มเติมได้ที่ ได้ที่อีเมล teamiie@centasiathai.com เบอร์ 02-361-3730 หรือ 092-384-4664 Line : https://lin.ee/6cpcTtD หรือสแกน QR code ด้านข้างนี้ค่ะ สามารถติดตามช่องYoutubeของเราเพื่อรับชมวิดีโอการสาธิตเครื่องมือ และการแนะนำการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องวัดสี
-
การสอบเทียบเครื่องวัดสี
การสอบเทียบเป็นกระบวนการตรวจสอบและปรับความแม่นยำของเครื่องมือวัด เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือวัดมีความถูกต้องและการอ่านค่าหรือการแปลผลจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง หรือแม้แต่จากโรงงานแห่งหนึ่งไปอีกแห่งให้ผลที่สอดคล้องกัน หากผลการวัดค่าหรือการแปลผล แน่นอนว่าหากผลไม่สอดคล้องกันย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อต้นทุนการผลิตเป็นงานมาก เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารกันได้ เครื่องมือวัดสีที่มีราคาแพงและแม่นยำที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปหรือการใช้งานย่อมเกิดการชำรุด, เสียหายและเสื่อมสภาพ นั่นคือความจำเป็นที่เครื่องมือวัดทุกเครื่องต้องได้รับการสอบเทียบและตรวจสอบเป็นประจำ สอดคล้องกับระบบการจัดการคุณภาพหรือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ข้อกำหนดซิกส์ซิกม่า หรือ ISO ในการตรวจสอบและปรับเทียบเครื่องมือในช่วงเวลาปกติ การสอบเทียบเครื่องวัดสี เครื่องวัดสีเป็นเครื่องมือวัดที่มีความเฉพาะเจาะจง และควรเป็นผู้เชี่ยญชาญที่มีความเข้าใจเครื่องวัดสีโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถตรวจสอบอุปกรณ์ภายในและภายนอก ที่มีส่วนทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อนหรือผิดเพี้ยน ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการสอบเทียบนอกจากราคาที่หลายๆคนให้ความสำคัญแล้ว อุปกรณ์และมาตรฐานที่ใช้ในการสอบเทียบเครื่องวัดสีเป็นอีกปัจจัยที่ไม่สามารถละเลยได้ ทำไมต้องให้ความสำคัญอุปกรณ์ที่ใช้สอบเทียบ ? แน่นอนว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญต่อมาตรฐานที่ใช้ควบคุมคุณภาพ แต่อุปกรณ์ที่ใช้สอบเทียบนั้นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน จะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่า อุปกรณ์ที่ใช้สอบเทียบ สามารถใช้สอบเทียบกับเครื่องมือสีของคุณได้จริงๆ เหมาะสมหรือไม่ แน่นอนว่าเครื่องมือวัดสีแต่ละรุ่นมีข้อจำกัดที่ต่างกัน รูปทรงของเครื่อง ขนาดหัววัด สิ่งต่างๆเล็กน้อยนี้เป็นจุดที่สามารถบอกได้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้สอบเทียบเครื่องวัดสีของคุณนั้น เหมาะกับเครื่องวัดสีของคุณหรือไม่ การสอบเทียบรายวัน การสอบเทียบรายวันเป็นการสอบเทียบด้วยตัวเองของผู้ใช้งาน ซึ่งจำเป็นต้องทำการสอบรายวันอยู่เสมอ เพื่อให้ทราบว่าเครื่องมือที่ใช้มีความถูกต้องแม่นยำ โดยจะทำการสอบเทียบกับแผ่นสอบเทียบที่ได้มาจากผู้ผลิต ความถี่ในการสอบเทียบนั้นควรเปิดหลังเปิดใช้งานเครื่องวัดสีในแต่ละวัน หรือทุกๆครั้งที่มีการเปลี่ยนคอนดิชั่นการวัดสี หรือสภาพแวดล้ม (ความสะอาดของแผ่นสอบเทียบเป็นสิ่งที่สำคัญ โปรดอย่าลืมตรวจสอบแผ่นสอบเทียบของคุณอยู่เสมอ) การสอบเทียบประจำปี การสอบเทียบประจำปี เป็นการสอบเทียบที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องส่งไปให้ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการการสอบเทียบ เพื่อตรวจเช็คส่วนต่างๆของเครื่องมือวัดทั้งภายในและภายนอก พูดถึงการสอบเทียบประจำปีของเครื่องวัดสี…