ป้ายโฆษณา LED ดิจิทัลเป็น สื่อโฆษณาประเภทหนึ่งใช้สำหรับกลางแจ้ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันซึ่งต่างจากป้ายโฆษณาทั่วไปที่เป็นภาพนิ่ง เนื่องจากสามารถสื่อสารข้อมูลต่างๆให้กับผู้รับข้อมูลได้มากขึ้นและยังสร้างความน่าสนใจมากกว่าป้ายโฆษณาแบบทั่วไป ป้ายโฆษณา LED ดิจิทัลต้องการความสว่างในระดับสูงเพื่อให้อ่านได้ชัดเจน เมื่อสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงอาจมีความส่องสว่างหลายพันแคนเดลาต่อตารางเมตร (cd / m 2 ) หรือ หลายพันnits หากใช้ความส่องสว่างระดับเดียวกันในเวลากลางคืนป้ายโฆษณา LED ดิจิทัลโดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ใกล้ถนนอาจเป็นภัยคุกคามต่อทัศนวิสัยของผู้ขับขี่และความปลอดภัยในการจราจร นอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองไฟฟ้าและอาจทำให้เกิดการสึกหรอบนจอแสดงผลโดยไม่จำเป็นเนื่องจากความร้อนที่เพิ่มขึ้น เพื่อจัดการข้อกังวลเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการวัดความส่องสว่างของป้ายโฆษณา LED ดิจิทัลโดยใช้เครื่อง Luminance Meter ในการระบุความส่องสว่างสูงสุดของป้ายโฆษณา โดยจะทำการวัดค่าในขณะที่ปรับให้ป้าย LED เป็นสีขาวและค่ากำลังไฟปรับเป็นค่าสูงสุด เนื่องจากป้ายโฆษณาสามารถแสดงภาพหลายสี เช่น แดง, น้ำเงิน ซึ่งแต่ละสีล้วนมีค่าความส่องสว่างที่น้อยกว่าสีขาวทั้งสิ้น สำหรับการวัดความส่องสว่างทั้งหมดของพื้นที่ป้ายโฆษณา เนื่อจากป้ายมีขนาดที่ใหญ่มาก เราสามารถทำการวัดได้โดยแยกการวัดออกเป็นแต่ละส่วนของป้าย ทำการวัดในช่วงเวลาเดียวกันแล้วจึงนำค่าที่ได้ในแต่ละส่วนมาเฉลี่ยเป็นค่าของพื้นที่ป้ายทั้งหมด การวัดและปรับค่าความสว่างป้ายโฆษณา LED ดิจิทัล เพื่อความสว่างที่เหมาะสมที่สุดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน…
-
-
การวัดสีและความโปร่งใสของยาชนิดเหลว
อุตสาหกรรมยาเป็นอุตสาหกรรมจำเป็นต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพ ซึ่งการวัดสีเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมนี้ หากพูดถึงการวัดสียานั้น หลายคนๆคนอาจจะรู้จัก European Pharmacopoeia (EP) และ US Pharmacopeia (USP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดค่าสีที่ใช้กันทั่วไปในการประเมินและตรวจสอบสียาที่เป็นของเหลว โดยตัวชี้วัดทั้ง EP และ USP ต้องอาศัยการตัดสินของมนุษย์เพื่อช่วยเปรียบเทียบสี (ใช้สายตาประเมินค่าสี) วิธีการนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ สำหรับยาชนิดของเหลวที่มีความโปร่งใส การเกิดความขุ่นมัวอาจบ่งบอกถึงสูตรหรือกระบวนการแปรรูปผิดปกติ เช่น ความผิดปกติของสารหรือการละลายที่ไม่สมบูรณ์ การใช้หน่วยสี CIE L*a*b* สามารถช่วยให้ผู้ผลิตยาทราบปัญหาและดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที โดยเน้นความสำคัญที่ค่า L* ยิ่งมีค่าสูง ความชัดเจนก็จะยิ่งดีขึ้น เครื่องวัดสีรุ่น Spectrophotometer CM-5 สามารถวัดสียาชนิดของเหลว ซึ่งช่วยผู้ผลิตยาในการควบคุมคุณภาพตามข้อกำหนดได้ เนื่องจากเครื่องวัดสีรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นใช้งานที่สามารถวัดสีในหน่วย CIE L*a*b* และ color index (ดัชนี) EP และUSP ทำให้ง่ายต่อการดูค่าในหน่วยดังกล่าว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวัดสียาชนิดของเหลวได้อย่างแม่นยำและทำซ้ำได้ นอกจากนี้ยังมีดัชนีสีมาตรฐานในอุตสาหกรรมอื่นๆ และระบบสีหลัก เช่น APHA/Hazen, Gardner,…
-
การวัดสีครีมอาบน้ำ
สบู่เหลวและสบู่ก้อนมีสารลดแรงตึงผิวที่สามารถใช้ในการชะล้าง การอาบน้ำ และการทำความสะอาดต่างๆ ซึ่งความแตกต่างที่สำคัญของสบู่เหลวและสบู่ก้อนคือ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) ที่สามารถใช้แทนโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) สำหรับสารละลายด่าง ส่วนประกอบของกรดไขมันสำหรับสบู่เหลวทำมาจากพืช และด้วยกระบวนการทางความร้อนทำให้ได้สบู่เหลว จากนั้นนำสบู่เหลวบรรจุลงในขวดพร้อมใช้งาน โดยปกติจะมีการเติมน้ำหอมลงในสบู่เหลว เพื่อสร้างกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกุหลาบ กลิ่นคาโมมายล์ กลิ่นซิตรัส และอื่นๆ เพื่อสร้างความแตกต่างในการรับรู้ทางด้านความรู้สึกและส่งผลต่อจิตใจผู้บริโภค และยังมีการใส่สีเข้าไปเพื่อให้การรับรู้เชื่อมโยงกับกลิ่นของสบู่เหลว เพื่อให้สัมผัสทางประสาทสัมผัสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นการจับคู่สีจะถูกสร้างขึ้นสำหรับน้ำหอมแต่ละกลิ่น (เช่น สีเขียวสำหรับชาเชียว สีม่วงสำหรับลาเวนเดอร์ สีแดงสำหรับกุหลาบ ดังนั้นสีของสบู่เหลวจึงมีความสำคัญไม่แพ้การแต่งกลิ่นสบู่เหลว หลังจากเติมสีลงในสบู่เหลวแล้ว ความท้าทายต่อไปคือการประเมินและควบคุมคุณภาพของสี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสีมีความสม่ำเสมอ เนื่องจากวัตถุดิบที่หลากหลายและกระบวนการผลิตมีผลต่อสีในขั้นตอนสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสบู่เหลวใส เป็นความท้าทายอย่างมากในการวัดสีด้วยสายตา เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพแสงในบริเวณโดยรอบ, แสงจากพื้นหลังและสีพื้นหลัง ส่งผลต่อการวัดสีด้วยสายตาอย่างมาก สำหรับบทความนี้ หากให้แนะนำเครื่องวัดสีสักเครื่อง…
-
ทำความรู้จัก Error code บนเครื่องวัดสีCR-400/CR-410
Error code ที่อาจพบได้ในเครื่องวัดสี CR-400/CR-410 ซึ่งสามารถเกิดได้จากการใช้งาน หรือการตั้งค่าที่ผิดปกติ หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างเสียบสายไม่แน่น ก็อาจทำให้เกิด Error code บนเครื่องวัดสีของคุณได้ วันนี้เราจะมาอธิบาย Error code บนเครื่องวัดสีพร้อมวิธีการแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเอง มาดูกันว่า แต่ละcode หมายความว่าอะไรบ้าง *DP หมายถึง data processor หรือหลายคนเรียกว่าเครื่องปริ้น , HD หมายถึง หัววัด * ERROR CODE สาเหตุ แนวทางแก้ไข ER00 COMMUNICATION ERROR การสื่อสารผิดพลาด สายเคเบิ้ลหลวม อุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่าง DP กับHPผิดปกติ light source ระหว่าง DP กับ HD ตั้งค่าไม่เหมือนกัน ให้ลูกค้าตรวจเช็คสายเคบิ้ลระหว่าง DP กับ HD เช็คการตั้งค่า light source ระหว่าง DP กับ HD ว่าตรงกันหรือไม่ ER01…
-
การวัดสีชาบรรจุขวดโดยใช้เครื่องวัดสีรุ่นสเปคโตรโฟโตมิเตอร์
ชาเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายสุขภาพหรือดื่มแก้กระหาย เนื่องจากปัจจุบันชามีหลากหลายรสชาติและหลายรูปแบบ ทำให้ชาเป็นที่ต้องการของตลาดเครื่องดื่ม ซึ่งแน่นอนว่าผู้ผลิตและจำหน่ายชาทั้งใบชาก่อนชงและชาบรรจุขวด จึงพยายามควบคุมคุณภาพให้ดีที่สุด เพื่อให้ครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน ประเภทของการแปรรูปจะสร้างปฏิกริยาต่อต้านอนุมูลอิสระและการหมักภายในใบชา สิ่งนี้จะสร้าง theaflavins และ thearubigins ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางเคมีที่กำหนดรสชาติของชาและสีชา กระบวนการที่ซับซ้อนนี้ทำให้การรักษาคุณภาพและรสชาติของเครื่องดื่มชาในปริมาณมากเป็นเรื่องยาก ทำให้มีผู้ผลิตและผู้จำหน่ายหลายแห่งใช้เครื่องวัดสี แบบ Spcetrophotometer จะช่วยให้สามารถประเมินสีของชาที่ผลิตได้ และมั่นใจได้ว่าตลอดกระบวนการผลิตนั้นคุณภาพจะยังคงเหมือนเดิม การประเมินด้วยสายตาของมนุษย์ เช่น การตรวจสอบสี การพิจารณาว่าชามีกลิ่นที่ถูกต้อง หรือการตรวจสอบรสชาติยังคงเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดคุณภาพของชา แต่ผลลัพธ์ยังคงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งบุคคลมีปัจจัยหลายๆอย่างที่ยากจะควบคุมผลการประเมินด้วยสายตา เป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำสม่ำเสมอ การใช้เครื่องวัดสีจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทำให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำ สม่ำเสมอตลอดการผลิต บทความนี้จะแนะนำ เครื่องวัดสีรุ่น Spectrophotometer CM-5 มีหลักการทำงาน 2 รูปแบบ ได้แก่ การวัดแบบสะท้อน และการวัดแบบส่องผ่าน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมซึ่งเป็นภาชนะใส่วัตถุที่ต้องการวัดได้เกือบครอบคลุมทุกรูปแบบ ทำให้สามารถวัดชาได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็น น้ำชา ใบชาอบแห้ง ผงชา เป็นต้น สามารถคลิกวิดีโอเพื่อดูตัวอย่างการวัดสีของ CM-5 …
-
การวัดสีผสมอาหาร
สีมีอิทธิพลต่อการรับรู้รสชาติของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการเติมสีหรือสารปรุงแต่งลงในอาหารเพื่อให้ดูน่ารับประทาน นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในกลุ่มของยาและเครื่องสำอางค์ สีผสมอาหารแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สีผสมอาหารแบบสังเคราะห์ และสีจากธรรมชาติ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับสีผสมอาหารแบบสังเคราะห์ ผู้ผลิตอาหารจึงต้องการเปลี่ยนมาใช้สีธรรมชาติ อย่างไรก็ตามสารให้สีจากธรรมชาติโดยทั่วไปนั้นมาจากผักและผลไม้ ซึ่งมีสีสันสดใสน้อยกว่าและมีราคาแพง เพื่อให้ได้เฉดสีที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ต้องใช้สีจากธรรมชาติในปริมาณที่สูงกว่าสีผสมอาหารแบบสังเคราะห์ ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนการผลิต การใช้สีผสมอาหารในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้กลบกลิ่นและรสชาติของอาหารที่ต้องการอีกด้วย เครื่องวัดสีจะเป็นประโยชน์ในการลดปริมาณการใช้สีผสมอาหาร หรือทำให้ใช้ในปริมาณที่พอดี เพื่อให้ได้สีที่ต้องการโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้สีธรรมชาติปริมาณมากเกินไป สีธรรมชาติมีหลายรูปแบบ เช่น ผง ของเหลว หรือของเหลวหนืด ซึ่งแต่ละรูปแบบต้องใช้โหมดการวัดเฉพาะให้เหมาะกับตัวอย่าง ทั้งการวัดแบบสะท้อนแสงและการวัดแบบส่องผ่าน เพื่อให้ได้ข้อมูลสีที่แม่นยำและวัดซ้ำได้ เครื่องมือวัดสีรุ่น Konica Minolta Spectrophotometer CM-5 สามารถวัดได้ทั้ง 2 แบบ คือการวัดแบบการสะท้อนแสง และการวัดแบบส่องผ่าน เป็นโซลูชันที่คุ้มค่าสำหรับผู้ผลิตในการทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือปรับสูตรใหม่ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมที่หลากหลายเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตทำการวัดสีได้อย่างง่ายและครอบคลุมทุกรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการวัดมาดูกันว่า CM-5 วัดอะไรได้บ้าง คลิก หากต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาและกระบวนการจัดการสีและแสงของคุณหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสีและแสงของเรา ให้เราช่วยคุณในการเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับความต้องการในการวัดของคุณสามารถติดต่อเพื่อข้อมูลหรือคำแนะในการกำหนดขั้นตอนการวัดค่าสีและแสงเพิ่มเติมได้ที่…
-
การประเมินอายุการเก็บรักษา (Shelf life) ของผลิตภัณฑ์อาหารโดยใช้เครื่องวัดสี
อาหารทุกประเภทมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเคมีและชีวภาพในระหว่างการแปรรูปหรือการเก็บรักษา ซึ่งทางผู้ผลิตจำเป็นต้องควบคุมตัวแปรต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้คุณภาพตรงตามที่ต้องการ และปฏิกิริยาต่างๆในอาหารที่เกิดขึ้นระหว่างการแปรรูปและการเก็บรักษาจะเกิดขึ้นด้วยอัตราที่แตกต่างกัน ปัจจัยที่ต้องพิจารณาปฏิกิริยาต่างๆ ที่สามารถทำให้อาหารเสื่อมสภาพ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เช่น การเกิดออกซิเดชั่น ปฏิกิริยาการเกิดน้ำตาล การเปลี่ยนแปลงทางจุลินทรีย์ เช่น การเกิดรสหรือกลิ่นที่ผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น การเปลี่ยนสี การแยกชั้นของครีม รูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างการเก็บข้อมูลค่าสีเพื่อประเมินอายุการเก็บรักษาของชาผงโดย บรรจุชาผงลงในซองอลูมิเนียมฟอยล์หรือบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทแบบสูญญากาศ เก็บที่อุณหภูมิ 35, 45 และ 55 องศาเซลเซียส ทำการสุ่มวัดทุกๆ 5 วันเป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของสี ค่าสีจะแสดงได้ดังนี้ (L*) แสดงค่าความสว่าง, (a*) ค่าสีแดง, (b*) ค่าสีเหลือง จะพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป ค่าความสว่างจะลดลง และผลของอุณหภูมิต่อค่าความสว่างของสีจะลดลงเมื่อเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจเนื่องจากเกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ดในผลิตภัณฑ์ชาผง ส่งผลให้เกิดเป็นสีน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ชาผงจึงมีสีที่เข้มและคล้ำขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นปฏิกิริยาต่างๆ เกิดในอัตราที่เร็วขึ้นและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสี ส่วนค่าสีเหลือง (b*) พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงสีโดยรวม (different color, dE) จะพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เครื่องวัดสีของ Konica Minolta…
-
การวัดสีแป้งมันสำปะหลัง
แป้งมันสำปะหลังมีสีขาวซึ่งเป็นสีโดยธรรมชาติและยากที่จะควบคุม แต่ก็ใช่ว่าจะควบคุมไม่ได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีเครื่องมือวัดสีหรือ เครื่องวัดเฉดสี เพื่อจำแนกค่าสีของแป้งมันสำปะหลังแต่ละประเภทได้หน่วยที่คุ้นเคยสำหรับการวัดค่าสีคงหนีไม่พ้น L*a*b* Delta E* ซึ่งหน่วยค่าสีดังกล่าวเป็นหน่วยสีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด สามารถใช้ดูองค์ประกอบของสี ค่า L* หมายถึง ค่าความส่องสว่างส่วน a* และ b* จะเป็นค่าสัมประสิทธิ์สี ดังนี้ +a* หมายถึง อยู่ในทิศของสีแดง -a* หมายถึง อยู่ในทิศของสีเขียว+b* หมายถึง อยู่ในทิศของสีเหลือง –b* หมายถึง อยู่ในทิศของสีน้ำเงิน แต่ค่าเหล่านี้ไม่สามารถวิเคราะห์ความขาวของแป้งมันสัมปะหลังได้ การวิเคราะห์ค่าความขาวได้ แนะนำให้ใช้ค่า WI ทำให้สามารถเห็นความแตกต่างค่าสีได้มากขึ้น เครื่องวัดสีที่จะแนะนำสำหรับการวัดสีแป้งมันสำปะหลังนี้คือ เครื่องวัดสี Chroma Meter CR-410 มาพร้อมกับหัววัดและหน่วยประมวลผล ซึ่งทั้งสองส่วนนี้สามารถถอดแยกออกจากกันได้ ทำให้สะดวกต่อการทำไปวัดได้ในไลน์ผลิต ด้วยหัววัดที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 mm เหมาะสำหรับงานวัดชิ้นงานที่มีลักษณะเป็นเม็ดและผง เนื่องจากพื้นที่การวัดมีขนาดใหญ่ ค่าเฉลี่ยพื้นที่การวัดค่าสีแป้งมันสำปะหลังครอบคลุมมากขึ้นนอกจากนี้ Chroma Meter CR-400/410 ยังช่วยลดปัญหาค่าสีที่ไม่เหมือนกัน แม้จะใช้งานเครื่องวัดสีรุ่นเดียวกัน โดยการใช้ฟังก์ชั่น…
-
วิธีวัดสีคาราจีแนน (Carrageenan)
บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีวัดสีคาราจีแนน (caraageenan) คาราจีแนนเป็นสารปรุงแต่งอาหารที่มักพบในผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องดื่มผลิตภัณฑ์จากนมและเนื้อสัตว์แปรรูป คาร์ราจีแนนสกัดได้จากสาหร่ายทะเลสีแดง (Rhodophyceae) เช่น สาหร่ายผมนาง (Gracilaria fisheri) นำไปแปรรูปและบดเป็นผงก่อนใช้ ในการควบคุมสีของคาราจีแนนที่ถูกต้องจำเป็นต้องใช้เครื่องมือสีที่มีหน่วยสี CIEL * a * b * คาราจีแนนมีลักษณะเป็นผงสีขาวเป็นหลัก ดังนั้น ควรเน้นเฉพาะค่าความสว่าง (L *) แทนเดลต้า E เป็นเกณฑ์ในการควบคุมสี ค่า L * ของคาราจีแนนจะแตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าหรือสถานที่ที่จะใช้ ตัวอย่างเช่นค่า L * ของการใช้เนื้อสัตว์มักจะอยู่ระหว่าง 84 ถึง 88 สำหรับผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มค่า L * จะอยู่ระหว่าง 90 ถึง 96 เครื่องมือวัดสีเช่น Konica Minolta Chroma Meter CR-410 สามารถวัดได้ในหน่อยสี CIE L * a * b * และด้วยลักษณะของตัวอย่างเป็นผง…
-
วิธีวัดสีเครื่องสำอางให้สม่ำเสมอ
ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางการควบคุมสีให้สม่ำเสมอมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ ความสำคัญของควบคุมที่ถูกต้องและสม่ำเสมอเพื่อรักษาคุณภาพนี้ไว้ทำให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางจำเป็นต้องวัดสีและประเมินสี จากหลายๆครั้งที่เราได้พูดถึงการประเมินสีด้วยสายตาที่มีหลายปัจจัยที่ต้องควบคุมนั้น แน่นอนว่าหลายท่านย่อมพบปัญหาในการประเมินสีด้วยสายตา เช่น การสื่อสารข้อมูลสีที่ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้ หรือ การสอบเทียบผู้ประเมินสีด้วยสายตา หรือแม้แต่ความถูกต้องของการอ่านค่าจากประเมินสีด้วยสายตา (อ่าน ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินสีด้วยสายตา) การวัดสีเครื่องสำอางไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบผงแป้งหรือของเหลวเผื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ ควรเลือกโหมดการวัดสีที่ถูกต้องกับตัวอย่าง ซึ่งในเครื่องสำอางจะมีการวัดสีตั้งแต่วัถุดิบแรกเริ่มก่อนผสม วัตถุดิบเหล่านี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นผง, ของเหลวทั้งใสและทึบแสง ลักษณะที่แตกต่างนี้โหมดการวัดย่อมแตกต่างกัน โหมดการวัดสำหรับตัวอย่างที่โปร่งใสและโปร่งแสงครววัดแบบส่องผ่าน (transmittance measurement) และตัวอย่างที่ทีบแสงควรวัดแบบสะท้อน (reflectance measurement) บทความนี้จะขอแนะนำรุ่น CM-5 ขึ้นมาเนื่องจาก CM-5 เป็นเครื่องวัดสีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายๆอุตสาหกรรม สามารถวัดสีได้ทั้ง แบบส่องผ่าน (transmittance measurement) และแบบสะท้อน (reflectance measurement) มาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆที่ใส่ตัวอย่างได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง, ของเหลว, หน้าจอมีค่าข้อมูลสี แถบสีตัวอย่างไปจนถึงกราฟแสดงผล นอกจากนี้เครื่อง CM-5 เป็นเครื่องวัดสีแบบ spectrophotometer ซึ่งมีเซ็นเซอร์เป็นแบบสเปคโตรทำให้คัดแยกสีได้ละเอียดและแม่นยำ หากต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาและกระบวนการจัดการสีและแสงของคุณหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสีและแสงของเรา ให้เราช่วยคุณในการเลือกวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับความต้องการในการวัดของคุณสามารถติดต่อเพื่อข้อมูลหรือคำแนะในการกำหนดขั้นตอนการวัดค่าสีและแสงเพิ่มเติมได้ที่ ได้ที่อีเมล teamiie@centasiathai.com เบอร์ 02-361-3730 หรือ 092-384-4664 Line : https://lin.ee/6cpcTtD หรือสแกน QR code…